วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เรื่องของ นก

นกกีวี
        นกกีวี (อังกฤษKiwi) เป็นนกจำพวกหนึ่งที่บินไม่ได้ มีลักษณะที่แปลกไปจากนกอื่น ๆ ด้วยมีวิวัฒนาการเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน เป็นนกออกหากินเวลากลางคืน มีถิ่นกำเนิดในธรรมชาติอยู่ในนิวซีแลนด์เท่านั้น
ขนาดลำตัวของนกกีวีจะอยู่ประมาณขนาดของไก่บ้าน แต่นกกีวีเป็นนกที่ออกไข่ได้ฟองใหญ่ที่สุดในบรรดานกทั้งหมดเมื่อกับขนาดลำตัว และใช้เวลาฟักนานถึง 3 เดือน โดยตัวผู้ทำหน้าที่ฟักไข่
อุณหภูมิในร่างกายของนกกีวี ปกติจะอยู่ที่ 37-38 องศาเซลเซียส มีปีกขนาดเล็กมาก ยาวเพียง 5 เซนติเมตรเท่านั้น จนแทบจะมองไม่เห็นซ่อนไว้ใต้ขน ไม่มีหาง มีจะงอยปากแหลม มีความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร เป็นจุดเด่น มีขนปุกปุยคล้ายขนแมวหรือเส้นผมมนุษย์สีน้ำตาลปกคลุมลำตัว บริเวณใบหน้ามีขนยาวคล้ายหนวด ขุดโพรงอาศัยอยู่บนพื้นดิน มีระบบประสาทการมองเห็นและได้ยินมีพัฒนาการดีเยี่ยม มีนิ้วตีนข้างละ 4 นิ้ว มีเล็บยาว แต่นิ้วหัวตีนเล็กสั้น แตกต่างไปจากนกจำพวกอื่น และใช้นิ้วตีนนี้ในการกระโดดถีบเป็นการป้องกันตัว
นกกีวีจำแนกออกเป็นชนิดต่าง ๆ ได้ 5 ชนิด ได้ถูกจัดให้เป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ นกกีวีเป็นสัตว์หากินตอนกลางคืน ขี้อาย และชอบอยู่อย่างสันโดษ การใช้ชีวิตแบบสัตว์ตอนกลางคืนแบบนี้ แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นธรรมชาติดั้งเดิมของนกกีวี นักวิทยาศาสตร์ได้สันนิษฐานว่าเกิดจากการที่เป็นสัตว์ที่ถูกล่าจากสัตว์นักล่าต่าง ๆ เช่น อินทรีฮาสต์ ซึ่งเป็นอินทรีขนาดใหญ่ กางปีกได้กว้างถึง 10 ฟุต กรงเล็บมีขนาดเท่าอุ้งเท้าของเสือ สามารถล่าสัตว์ขนาดใหญ่อย่าง นกโมอาได้ด้วยซ้ำ จึงทำให้บรรพบุรุษของนกกีวีต้องระแวดระวังตัว แม้ปัจจุบันนี้ทั้งอินทรีฮาสต์และนกโมอาได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว จากการล่าของชาวมาวรี แต่สัญชาตญาณการระแวดระวังตัวของนกกีวียังคงสืบทอดมาถึงปัจจุบัน

นกอีมู
ลักษณะประจำพันธุ์ 
หน้ามีสีฟ้าอมเขียว บนหัวมีขลักษณะเด่นและลักษณะด้อย หนังมีคุณภาพดี ขนใช้เป็นเครื่องประดับและตกแต่งเสื้อผ้า เนื้อรสชาติดีคล้ายเนื้อวัว แต่โคเลสเตอรอลต่ำกว่า น้ำมันใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางค์และยาบางชนิด ไข่มีสีสรรสวยงาม 

แหล่งกำเนิด 
มีถิ่นกำเนิดในประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้วิจัยและปรับปรุงพันธุ์ที่ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี 

ขนยาวแข็ง 2 -3 เส้น ปีกเล็กไม่สามารถบินได้ ลักษณะสีขนน้ำตาลเทา มองดูเหมือนสลับลายทั้งตัว ปากสีดำ แข้งสีดำ มีนิ้วเท้า 3 นิ้ว 


นกอีมู, ออสเตรเลีย, นก, สัตว์

นกกระจอกเทศ, สวนสัตว์, จะงอยปาก, หัว

สารคดี การสร้างโรงแรมหรูระดับ 7 ดาว ของดูไบ Burj Al Arab Hotel

ท่องโลกกว้าง ท่องอารยธรรมอาหาร ตอน เปรู ThaiPBS 140406

สารคดีSexวิตถาร โสเภณี โลกโบราณ History Channel Sex in Ancient Egypt

สารคดีท่องโลกกว้าง ตอน รถไฟ ในดินแดน น้ำแข็ง ของ ไซบีเรีย

สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 1 - 4

สะพานมิตรภาพ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์)
แหล่งข่าวแจ้งว่า สะพานมิตรภาพ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงขนาดใหญ่แห่งแรก โดยเชื่อมต่อเทศบาลเมืองหนองคายเข้ากับบ้านท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว
สะพานแห่งนี้ได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 4 เมษายนปี 1994 โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย และนายหนูฮัก พูมสะหวัน ประธานประเทศลาว โดยตัวสะพานมีความยาว 1,170 เมตร มีทางรถ 2 ช่องจราจร ทางเดิน 2 ช่องทาง และทางรถไฟกว้าง 1.000 เมตร 1 ราง ใช้งบประมาณก่อสร้าง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยความช่วยเหลือจากรัฐบาลออสเตรเลีย ใช้ระยะเวลาก่อสร้างระหว่างเดือนตุลาคมปี 1991ถึงเดือนเมษายนปี 1994
20140414224802
สะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)
ส่วนสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) เป็นสะพานที่เชื่อมต่อจังหวัดมุกดาหารของประเทศไทยเข้ากับแขวงสุวรรณเขดใน ประเทศลาว เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเศรษฐกิจตะวันตกตะวันออก ซึ่งเริ่มจากพม่า ผ่าน ไทย ลาวและสิ้นสุดที่เวียดนาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงของธนาคารการพัฒนาแห่งเอเชีย ซึ่งมีความยาวทั้งหมด 1,600 เมตร มีความกว้าง 12 เมตร และมีช่องการจราจร 2 ช่อง มูลค่าการก่อสร้างประมาณ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแหล่งทุนในการก่อสร้างเป็นเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาลญี่ปุ่นให้กับ รัฐบาลลาว 4,011 ล้านเยน และให้กับรัฐบาลไทย 4,079 ล้านเยน ใช้เวลาก่อสร้างตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2003 ถึงเดือนธันวาคมปี 2006 สะพานเปิดให้สาธารณะใช้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมปี 2006 ในระหว่างการขับรถมายังฝั่งไทย
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2
สะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม-คำม่วน)
และสะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม-คำม่วน) เป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศไทย (นครพนม) กับประเทศลาว (คำม่วน) พื้นที่ฝั่งไทย ที่บ้านห้อม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ฝั่งลาวอยู่ที่บ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน
ควบคุมการก่อสร้างโดยสำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง และบริษัทอิตาเลียนไทย จำกัดเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างใช้งบประมาณก่อสร้างจากรัฐบาลไทยทั้งสิ้น 1,723 ล้านบาท มีระยะเวลาการก่อสร้างรวม 900 วัน สะพานจะแล้วเสร็จในวันที่ 11 พฤศจิกายนปี 2011 คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จก่อนกำหนดถึง 3 เดือน เมื่อสะพานแล้วเสร็จจะเป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งด้านการค้า และการท่องเที่ยวเชื่อมโยงจากประเทศไทย ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม และภาคใต้ของประเทศจีน ซึ่งมีความยาวรวม 780 เมตร มีช่องลอดกว้าง 60 เมตร สูง 10 เมตร 2 ช่วง ความกว้างสะพาน 13 เมตร และมีการช่องจราจร 2 ช่อง และไม่มีทางรถไฟ

                                          สะพานมิตรภาพ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย)
 (ลาว: ຂົວມິດຕະພາບລາວ - ໄທ ແຫ່ງທີ 4) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขง เชื่อมต่อระหว่างประเทศไทยที่ บ้านดอนมหาวัน อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายกับประเทศลาวที่บ้านดอน เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ระยะทาง 2.48 กิโลเมตร รูปแบบของสะพานเป็นคอนกรีตรูปกล่อง (Segmental Concrete Box Girder) มีเสา 4 เสา กว้าง 14.70 เมตร เป็นสะพานขนาด 2 เลน แต่ละเลนกว้าง 3.50 เมตร นอกจากสะพานแล้วยังมีโครงการก่อสร้างถนนไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตรเข้าในเขตเมืองห้วยทราย ซึ่งเป็นถนนลาดยางขนาดสองเลน รวมทั้งมีการก่อสร้างด่านตรวจคนเข้าเมืองด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านช้าง เป็นการเชื่อมต่อกับเส้นทางR3Aเส้นทางR3A] ที่เชื่อมต่อระหว่างจีน – ลาว –ไทย
บริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็นกลุ่ม CR5-KT Joint Venture ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท China Railway No.5 ของจีนและบริษัท กรุงธน เอนจิเนียริง จำกัดของไทย งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 1,624 ล้านบาท โดยการสมทบทุนระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน ส่วนรัฐบาลลาวรับผิดชอบค่าชดเชยให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยก่อสร้างตัวสะพานแล้วเสร็จในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ใครว่าหมามุ่ยไม่มีประโยชน์ ?

หมามุ่ย ชื่อสามัญ Mucuna
หมามุ่ย ชื่อวิทศาสตร์ Mucuna pruriens (L.) DC. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Mucuna pruriens var. pruriens) จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยถั่วFABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)
หมามุ่ย หรือ หมามุ้ย จัดเป็นพืชเถา ผลเป็นฝักยาว คล้ายถั่วลันเตา มีขนสีน้ำตาลอมทองหรือแดงปกคลุมที่ฝัก หลุดล่วงง่าย ปลิวตามลมและเป็นพิษ เพราะขนหมามุ่ยเต็มไปด้วยสารเซโรโทนิน (Serotonin) เมื่อสัมผัสผิวจะทำให้เกิดอาการคัน แพ้ระคายเคืองอย่างรุนแรง ซึ่งฝักจะออกมาในช่วงฤดูหนาวจนถึงฤดูแล้ง
เมล็ดหมามุ่ย มีสารแอลโดปา (L-Dopa) ซึ่งเป็นสารที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อระบบสืบพันธุ์ และยังเป็นสารสื่อประสาทซึ่งมีส่วนช่วยรักษาโรคพาร์กินสันได้อีกด้วย แต่ต้องใช้ในรูปแบบที่ผ่านการสกัดมายาเม็ดเรียบร้อยแล้ว เพราะร่างกายไม่สามารถรับสารในรูปของเมล็ดสดหรือแปรรูปได้
หมอยาแผนโบราณมีการนำหมามุ่ยมาใช้อย่างหลากหลาย โดยนำมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ ราก ใบ ฝัก เมล็ด โดนเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเมล็ดที่ถือว่า เป็นพระเอกของเรื่องเลยก็ว่าได้ เพราะมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ !
ขนหมามุ่ยหากถูกผิวหนังจะทำให้มีอาการคะคายเคือง คัน ปวดแสบปวดร้อน บวมแดงเป็นอย่างมาก สำหรับวิธีการรักษาให้รีบกำจักขนพิษออกจากบริเวณที่สัมผัส โดยใช้เทียนไขลนไฟให้อ่อนตัว หรือจะใช้ข้าวเหนียวนำมาคลึงจนเนื้อข้าวเหนียวกลืนกัน แล้วนำมาคลึงบริเวณที่สัมผัสขนหลายครั้ง ๆจนหมด แต่หากยังมีอาการแดงแสบร้อนหรือคันอยู่ให้ใช้โลชั่นคาลาไมน์มาทา หรือจะใช้สเตียรอยด์พร้อมกับรับประทานยาแก้แพ้ก็ได้ อาการก็จะดีขึ้น

สรรพคุณของหมามุ่ย

  1. หมามุ่ยประโยชน์ของหมามุ่ย ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ไม่เหนื่อยง่าย
  2. ช่วยทำร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เพิ่มความกระฉับกระเฉง
  3. ช่วยทำให้นอนหลับสบาย จิตใจเบิกบานแจ่มใส
  4. ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศให้ดีมากยิ่งขึ้น
  5. ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำอสุจิ และช่วยปรับคุณภาพของน้ำเชื้อให้ดีมากยิ่งขึ้น
  6. ช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิ (เพิ่มโอกาสการมีลูกได้มากขึ้น)
  7. ช่วยทำให้คู่รักมีความสุขและช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ดีมากยิ่งขึ้น
  8. ช่วยกระตุ้นความต้องการทางเพศ เพิ่มความถี่ของการผสมพันธุ์ให้มากยิ่งขึ้นเป็น 10 เท่า (มีการทดลองในสัตว์)
  9. หมามุ่ย สรรพคุณช่วยแก้ปัญหาอวัยวะเพศแข็งตัวช้า
  10. ช่วยยืดระยะเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ แก้ปัญหาการหลั่งเร็วได้
  11. ช่วยเพิ่มปริมาณของฮอร์โมนเพศ
  12. ประโยชน์หมามุ่ย ช่วยทำให้หน้าอกเต่งตึงมากยิ่งขึ้น
  13. ประโยชน์ของหมามุ่ยช่วยทำให้ผิวพรรณดูมีน้ำมีนวลมากยิ่งขึ้น
  14. มีส่วนช่วยให้ช่องคลอดกระชับมากยิ่งขึ้น
  15. สรรพคุณเมล็ดหมามุ่ย ช่วยรักษาภาวะการมีบุตรยากทั้งชายและหญิง
  16. หมามุ่ยสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคพาร์กินสัน
  17. ช่วยผ่อนคลายความเครียด
  18. ช่วยเพิ่มการเผาผลาญและมวลของกล้ามเนื้อ
  19. ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ช้ำใน ด้วยการใช้รากหมามุ่ย 1 กิโลกรัม เมล็ดผักกาด 5 ขีด และเมล็ดผักชี 3 ขีด นำมาตำรวมกันจนเป็นผงแล้วผสมน้ำผึ้งป่าหมักทิ้งไว้ 3 เดือน แล้วนำมาใช้กินก่อนนอน (ขนาดเท่าผลมะพวง)
  20. ช่วยแก้อาการไอ ด้วยการใช้รากหมามุ่ยนำมาต้มกินแก้อาการ (ราก)
  21. หมามุ้ยใช้แก้อาการคัน (ราก)
  22. เมล็ดหมามุ่ย สรรพคุณใช้เป็นยาฝาดสมาน (เมล็ด)
  23. ใช้ถอนพิษ ล้างพิษ (ราก)
  24. ช่วยแก้พิษแมงป่องกันได้ ด้วยการใช้เมล็ดตำเป็นผงแล้วนำมาพอกบริเวณที่โดนต่อย (เมล็ด)
  25. หมามุ่ยประโยชน์ในปัจจุบันมีการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในรูปของผลิตภัณฑ์สมุนไพรเสริมอาหารในรูปของแคปซูล หมามุ่ยสกัด กาแฟหมามุ่ย เป็นต้น