วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

มารยาทที่ดีบนโต๊ะอาหารฝรั่งเศส

Les bonnes manières indispensables à table
(เล บอน มานิแยร์ แอ็งดิสป็องซ๊าบ อา ต๊าบเบลอะ)
มารยาทที่ดีและจำเป็นอย่างยิ่งบนโต๊ะอาหาร
1. ไม่ควรทำอะไรบนโต๊ะอาหาร ก่อนเจ้าบ้าน(Hôte)จะทำก่อนเป็นครั้งแรก เช่น เราไม่ควรหยิบช้อนมาเล่นเป็นวงเคาะกะลา หรือนั่งดีดแก้วให้มีเสียงกังวานน่าฟัง เพราะเป็นการกระทำต้องห้ามสำหรับแขก
2. หากเราเป็นแขกหน้าใหม่ ไม่ค่อยทราบธรรมเนียมปฏิบัติ เราก็แค่นั่งรอเงียบๆ ใช้สายตาสังเกตคนข้างๆว่าเขาทำอะไร แล้วก็ทำตามอย่างเขาเลยครับ
3. เวลาทานซุป อย่านำช้อนเข้าปากทั้งช้อนด้วยความยินดีในรสชาติอันแสนเอร็ดอร่อยนะครับ เริ่มตั้งแต่เวลาตักเลย ให้เราตักซุปแบบตักออกจากตัวเอง แล้วค่อยจิบซุปอย่างละเมียดละไมครับ
4. หากไม่แน่ใจว่าจะใช้มือในการหยิบจับอาหาร(จำพวกขนมปัง)ได้ไหม ขอแนะนำให้ใช้ภาชนะบนโต๊ะแทนมือเปล่าจะดีกว่านะครับ
5. คุณต้องไม่วางภาชนะบนผ้าปูโต๊ะหลังจากที่ใช้มันแล้ว เช่น เมื่อใช้ช้อน ส้อม หรือมีดแล้ว ต้องไม่วางบนโต๊ะนะครับ
6. จงตั้งสติให้ดี ถ้าหากเผลอทำสิ่งใดหก หรือคว่ำบนโต๊ะ ต้องไม่เอะอะโวยวายให้แขกท่านอื่นและเจ้าบ้านต้องรำคาญใจ
7. เกลือกับพริกไทยจะอยู่คู่กันตลอดบนโต๊ะ
Du sel (ดู แซ็ล) = เกลือ
Du poivre(ดู ป๊วฟเวรอะ) = พริกไทย
อย่าได้ถามหาซอส น้ำปลาหรือเครื่องปรุงอื่นนะครับ จะเป็นการเสียมรรยาทเพราะเหมือนเป็นการดูถูกในรสชาติอาหาร หากเป็นในร้านอาหารก็จะเท่ากับว่าเป็นการดูถูกเชฟครับ
8. อย่าลืมคำพูดเหล่านี้เด็ดขาด เวลาจะขอความช่วยเหลือและขอบคุณ
S’il vous plaît (ซิล วู เปล) = ได้โปรด = Please
Merci (แมร์ซี่) = ขอบคุณ = Thank you
9. ห้ามใส่น้ำแข็งในแก้วไวน์เพื่อเพิ่มความเย็นฉ่ำเด็ดขาด
10. หากคุณต้องการดื่มไวน์อีก ก็แค่ดื่มในแก้วให้หมด แล้วรอเติมใหม่
แต่ถ้าไม่ต้องการอีก ควรเหลือไวน์ไว้ก้นแก้วเพื่อเป็นการบ่งชี้ว่าไม่รับเพิ่มแล้ว
11. เมื่อทานเสร็จแล้ว วางภาชนะไว้ในแนวขนานบนจาน(ช้อน ส้อม คู่กัน)
12. มือทั้งสองข้างของเราต้องวางให้เห็นบนโต๊ะ ไม่เก็บไว้ใต้โต๊ะแอบเล่นมือถือ
แคะ แกะ หรือเกาอะไรทั้งสิ้น
13. ไม่พูดคุยขณะอาหารเต็มปาก และไม่ทานอาหารเสียงดัง ข้อนี้ก็เหมือนมรรยาทไทยเลยครับ
14. ไม่ควรวางสิ่งของอื่นๆบนโต๊ะ เช่น
(nm.)Portefeuille (ปอร์เตอะเฟย) = กระเป๋าเงิน = Wallet
(nm.)Téléphone portable (เตเลฟอน ปอร์ต๊าบเบลอะ) = โทรศัพท์มือถือ =Mobile telephone
(nf.)Clé (เกล) = กุญแจ = Key
15. หากเป็นผู้หญิง ควรระวังไม่ให้มีรอยลิปสติกติดแก้ว
16. หากอยากทำธุระส่วนตัว เช่น จะไปเข้าห้องน้ำ ให้เอ่ยว่า
Excusez-moi (เอ๊กซ์กูเซ่ มัว) = Excuse me ครับ
Merci Cr. Educatepark
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โต๊ะอาหารฝรั่งเศส

วันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560

100 ปี ธงชาติไทย: 4 เรื่องราวเกี่ยวกับธงไตรรงค์ที่คุณอาจไม่เคยรู้

เมื่อเวลา 8.00 น. ของวันนี้ (28 ก.ย.) หน่วยงานราชการในประเทศไทยต่างพร้อมกันจัดกิจกรรมเคารพธงชาติ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีของธงไตรรงค์
แต่ธงชาติไทยนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร และเพราะอะไรจึงมีรูปร่างหน้าตาแบบที่ใช้กันทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นของธงไตรรงค์นั้นต้องย้อนกลับไปเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ในช่วงปีที่เกิดเหตุน้ำท่วมหนักในประเทศสยาม

เสาธงชาติหน้ากระทรวงกลาโหมImage copyrightWASAWAT LUKHRANG/BBC THAI

1.ก่อนหน้าธงไตรรงค์
ธงชาติเป็นแนวคิดของตะวันตก ที่มีรากเหง้าจากความคิดเรื่องชาติที่มีลักษณะเป็น "รัฐ" คือมีขอบเขตที่แน่นอน มีประชาชนที่เชื่อว่าตัวเองสืบทอดมาจากรากเหง้าเดียวกัน และมีผู้ปกครองที่มีหน้าที่สืบสานเพื่อคงความเป็นรัฐนั้นไว้ และธงชาติเพื่อแสดงถึงความเป็นรัฐชาตินั้นๆ
สมัยอยุธยายังไม่มีแนวคิดเรื่องความเป็นรัฐชาติอย่างในปัจจุบัน จึงไม่มีแนวคิดใช้ธงเพื่อเป็นตัวแทน อย่างไรก็ตามในหนังสือเรื่องธงไทยของ ฉวีงาม มาเจริญระบุไว้ว่าการค้าขายทางเรือในสมัยอยุธยาเฟื่องฟู และเรือสินค้าก็มักใช้ธงประจำชาติของตนเองเพื่อแสดงว่าเป็นเรือสินค้า เรือสินค้าของไทยนั้นใช้ธงของฮอลแลนด์เพราะเป็นที่รู้จักกันทั่วไป แต่เมื่อเกิดเรื่องกับฝรั่งเศสที่เป็นศัตรูกับฮอลแลนด์ขึ้นมา ไทยก็จึงหันมาใช้ธงพื้นสีแดงเป็นสัญญลักษณ์ของเรือไทย
ต่อมาในยุครัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 จึงได้เพิ่มจักรสีขาวลงในผ้าพื้นแดงเพื่อให้เห็นว่าเรือของหลวง และในรัชกาลที่ 2 จึงโปรดเกล้าให้เพิ่มช้างเข้าไปในวงจักรของเรือหลวงเพราะทรงได้ช้างงามมาหลายเชือก แต่เรือพ่อค้าธรรมดายังคงใช้ธงแดงเหมือนเดิม
หลังจากนั้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ช้างเผือกประดิษฐานลงกลางผืนธงสีแดง เรียกว่า ธงช้างเผือก เพื่อให้ใช้เป็นธงชาติไทย

ธงชาติไทยหน้าอาคารImage copyrightBBC THAI

2. แนวคิดกำเนิดธงไตรรงค์
ในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จประพาสวัดสะแกกรังในจังหวัดอุทัยธานีซึ่งกำลังประสบอุทกภัย และได้ทอดพระเนตรเห็นว่ามีชาวบ้านจำนวนน้อยนักที่จะหาธงชาติมาประดับได้เพราะธงชาติแบบช้างเผือกทรงเครื่องอยู่นั้นมีราคาแพง และส่วนบ้านที่มีธงประดับก็ยังกลับหัวไม่น่าดู ตามบันทึกของ จมื่นอมรดรุณารักษ์ หรือ แจ่ม สุนทรเวช ในหนังสือ "วชิราวุธานุสสรณ์ ปี พ.ศ. ๒๔๙๖"
หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริให้เปลี่ยนมาใช้ธงริ้วสลับสีขาวแดง 5 แถบ ซึ่งจะสามารถผลิตได้ง่ายขึ้นในประเทศและช่วยแก้ปัญหาธงกลับหัวให้หมดไปได้
ธงริ้วขาวแดงได้ถูกนำมาทดลองติดที่สนามเสือป่าอยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่ง พ.ศ. 2460 มีผู้ใช้นามแฝงว่า "อะแควเรียส" เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ กรุงเทพฯ เดลิเมล์ แสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับรูปแบบของธงชาติ และเสนอให้เปลี่ยนแปลงโดยให้เพิ่มสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีส่วนพระองค์ของรัชกาลที่6 เข้าไป และเมื่อไทยเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็ได้เปลี่ยนมาใช้เป็นไตรรงค์
ในพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2460 ในวันที่ 28 กันยายน ซึ่งมีข้อความว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า ธงริ้วขาวแดงนั้น "ยังไม่เปนสง่างามพอสำหรับประเทศ สมควรจะเพิ่มสีน้ำเงินแก่เข้าอีกสีหนึ่ง เพื่อให้เปนสามสีตามลักษณะธงชาติของประเทศที่เปนสัมพันธมิตรกับกรุงสยามได้ใช้อยู่โดยมา เพื่อให้เป็นเครื่องหมายปรากฎว่า ประเทศสยามได้เข้าร่วมสุกทุกข์ แลเปนน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับสัมพันธมิตรหมู่ใหญ่"

สยามประกาศสงครามกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี 22 ก.ค. 1917Image copyrightTHE NATIONAL ARCHIVES
คำบรรยายภาพสยามประกาศสงครามกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี 22 ก.ค. 1917

3.ผู้ออกแบบธงไตรรงค์
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้ พระยาประสิทธิ์ศุภการ (ม.ล.เฟื้อ พึ่งบุญ) เป็นผู้ออกแบบธงชาติไทย หลังจากพระยาประสิทธิ์ศุภการได้ออกแบบมา ก็เป็นที่พอพระทัยของพระองค์และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาท และก็ได้นำแบบนั้นมาเป็นรูปแบบธงตามที่ระบุในพระราชบัญญัติธง พ.ศ.2460 ให้กำหนดใช้ธงไตรรงค์มาจนถึงปัจจุบัน
พระยาประสิทธิ์ศุภการภายหลังได้ยศเป็นเจ้าพระยารามราฆพ และนับเป็นเจ้าพระยาที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ด้วยวัยเพียง 31 ปี

ภาพภาพฝีพระหัตถ์ ชนิด ภาพล้อเส้นหมึก พ.ศ.2461 62 63Image copyrightBBC THAI
คำบรรยายภาพภาพพระยาประสิทธิ์ศุภการ ถ่ายจากหนังสือหนังสือ "ภาพฝีพระหัตถ์ ชนิด ภาพล้อเส้นหมึก พ.ศ. 2461 62 63"

4.ร้านธงไตรรงค์สำเร็จรูปร้านแรกของเมืองไทย
ร้านขายธงไตรรงค์สำเร็จรูปร้านแรกในเมืองไทยคือ ร้านคลังเสาธง หรือในปัจจุบันชื่อว่าร้านธงร่มโพธิ์
ขวัญใจ ไอสันเทียะ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านรุ่นที่สามเล่าให้บีบีซีไทยฟังว่า ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อเจ็ดสิบกว่าปีโดยหลวงสิทธิบรรณาการ ซึ่งรับราชการเป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ 6
หลังเกษียณอายุราชการหลวงสิทธิบรรณาการก็คิดว่าเมื่อมีความต้องการธงไตรรงค์มาประดับสถานที่ก็ต้องไปสั่งร้านทำเครื่องสังฆทานเย็บเป็นคราว ๆ ไป จึงได้คิดตั้งร้านธงสำเร็จรูปเป็นร้านแรกชื่อว่า "คลังเสาธง" ขายทั้งผืนธงและเสาธงด้วย จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นร้านเสาธงชาติ
พอถึงรุ่นลูกซึ่งเป็นสามีของคุณขวัญใจก็ร้าน "คลังเสาธง" ก็เปลี่ยนชื่อร้านมาเป็น "บรรณาการ" อันเป็นราชทินนามของพ่อ และเมื่อสามีเสียชีวิต คุณขวัญใจรับสืบทอดธุรกิจแทนก็จึงเปลี่ยนชื่อร้านเป็น "ธงร่มโพธิ์" เพราะร้านอยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ข้างกำแพงวัดบวรนิเวศวิหารบนถนนพระสุเมรุ
หลังจากนั้นจึงมีร้านธงอื่น ๆ มาตั้งตามมาจนทำให้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าถนนพระสุเมรุหรือสะพานวันชาติเป็นแหล่งซื้อธงชาติทั่วไป